top of page
Search

เจาะลึก!! PDRN, PN, และ PLLA ต่างกันอย่างไร? ไขข้อข้องใจสารฉีดหน้ายอดฮิตที่คุณต้องรู้

Jun 16
2 min read
ภาพเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสารฉีดหน้าใส PDRN, PN และ PLLA ไขข้อข้องใจสารฉีดหน้ายอดฮิต โดย Adora Clinic

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ทีมแพทย์ Adora Clinic ของเราพบเจอบ่อยที่สุด คือเรื่องการรักษา "หลุมสิว" และปัญหา "ริ้วรอยแห่งวัย" ด้วยหัตถการแบบ "ฉีด" (Injectables) ค่ะ เพราะปัจจุบันมีนวัตกรรมสารฉีดหน้าออกมาหลายตัวมากที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น PDRN, PN หรือแบรนด์ดังอย่าง Rejuran รวมไปถึงสารเติมเต็มแนวใหม่อย่าง PLLA ทำให้คนไข้หลายคนสงสัยและสับสนว่า "สรุปแล้วตัวไหนดีที่สุด?"


วันนี้ Adora Clinic จะมาไขข้อข้องใจทั้งหมดแบบเจาะลึก เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ว่าแต่ละตัวคืออะไร ทำงานแตกต่างกันอย่างไร เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจปัญหาผิวของคุณเอง และเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ผลลัพธ์ที่คุณต้องการมากที่สุดค่ะ

ทำความเข้าใจ 2 กลุ่มสารฉีดหน้ายอดนิยม: “กลุ่มซ่อมแซมเซลล์ผิว” vs “กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน”

ก่อนอื่น เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สารทั้ง PDRN, PN และ PLLA “ไม่ใช่ฟิลเลอร์ (Filler)” ที่ฉีดปุ๊บเต็มปั๊บ แต่เป็นสารฉีดแนวใหม่ที่เข้าไปทำงานในระดับเซลล์เพื่อ “ฟื้นฟู (Regeneration)” ผิวจากภายใน โดยเราสามารถแบ่งสารกลุ่มนี้ออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามกลไกการทำงานดังนี้ค่ะ


1. กลุ่ม "ซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว" (Cellular Repair & Regeneration)

สารกลุ่มนี้คือ: PDRN (Polydeoxyribonucleotide) และ PN (Polynucleotide)

  • ที่มา: ทั้ง PDRN และ PN เป็นสารสกัด DNA จากแหล่งเดียวกัน คือ DNA ปลาแซลมอนธรรมชาติที่มีความใกล้เคียงกับ DNA มนุษย์มากที่สุดค่ะ

  • ความแตกต่าง: PN (Polynucleotide) คือสารสกัดที่มีความบริสุทธิ์และ "เข้มข้นกว่า" PN มีโมเลกุลที่ยาวกว่า PDRN ทำให้มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ เติมเต็มปริมาตรผิว และคงตัวอยู่ได้นานกว่า

  • แบรนด์ยอดนิยม: PN คือแบรนด์ดังอย่าง Rejuran (โดยเฉพาะสูตร Rejuran S กล่องสีทองที่ออกแบบมาเพื่อหลุมสิว)

  • กลไกการทำงาน: เปรียบเสมือน “ช่างซ่อมแซมเซลล์” ที่นำ “วัตถุดิบ” DNA ไปเติมให้เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ กลับมาทำงานได้ดีขึ้น, “นักสมานแผล” ที่เร่งกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ (Wound Healing), และ “ผู้กระตุ้น” ที่ส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้นในชั้นหนังแท้

  • เหมาะกับใคร:

    • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพผิวโดยรวมให้แข็งแรง กระจ่างใส อิ่มฟู

    • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน ผิวขาดน้ำ

    • ผู้ที่มีริ้วรอยแรกเริ่ม หรือต้องการชะลอวัยในระยะยาว

    • ผู้ที่มีแผลใหม่ หรือหลุมสิวตื้นๆ (Shallow Scars) ที่ต้องการการฟื้นฟูระดับเซลล์

สรุป PDRN/PN: เปรียบเสมือน "อาหารผิวเข้มข้น" ที่เข้าไปบำรุงเซลล์ให้แข็งแรงจากภายใน


2. กลุ่ม "กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน" (Collagen Biostimulator)

สารกลุ่มนี้คือ: PLLA (Poly-L-Lactic Acid)

  • แบรนด์ยอดนิยม: แบรนด์ที่คุ้นเคยคือ Sculptra หรือ AestheFill

  • กลไกการทำงาน: เปรียบเสมือน “วิศวกรสร้างโครงสร้างผิวใหม่” ที่ไม่ได้ไป “ซ่อม” แต่ไป “สั่งการ” ให้ร่างกาย “สร้างคอลลาเจนใหม่ (Type 1)” ขึ้นมาทดแทนที่อนุภาคของมัน และเนื่องจากเป็นการสร้างปริมาตร (Volume) จากภายในด้วยตัวคอลลาเจนเอง ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ยาวนานกว่ากลุ่มอื่นๆ

  • เหมาะกับใคร:

    • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก ผิวหน้าหย่อนคล้อย และเริ่มสูญเสียคอลลาเจนตามวัย

    • ผู้ที่มีปัญหา “หน้ายุบ” หรือสูญเสีย Volume ของผิวอย่างชัดเจน

    • ผู้ที่มีหลุมสิวแบบแอ่ง (Rolling Scars) หรือหลุมสิวที่ยุบตัวชัดเจน (Atrophic Scars)

สรุป PLLA: เปรียบเสมือน "วัสดุสร้างโครงสร้างใหม่" ที่เน้นการยกกระชับและเติมเต็ม Volume จากชั้นลึก


อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบคุณสมบัติการทำงานระหว่าง Cellular Repair (PDRN/PN) ที่เน้นฟื้นฟูเซลล์ผิว และ Collagen Biostimulator (PLLA) ที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจน

ตารางเปรียบเทียบ PDRN/PN vs PLLA ให้เห็นภาพชัดๆ

เพื่อให้เห็นภาพการทำงานและผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทาง Adora Clinic ได้จัดทำตารางเปรียบเทียบมาให้ ดังนี้ค่ะ

คุณสมบัติ

PDRN / PN (เช่น Rejuran S)

PLLA (เช่น Sculptra)

กลุ่มหลัก

Cellular Repair / Regeneration

Collagen Biostimulator

กลไกการทำงาน

ซ่อมแซมเซลล์เสื่อมสภาพ, สมานแผล, บำรุงผิว

กระตุ้นร่างกายให้สร้างคอลลาเจนใหม่ (Type 1)

เหมาะกับปัญหาผิว

ผิวไม่เรียบเนียน, รูขุมขนกว้าง, ผิวขาดน้ำ, ริ้วรอยแรกเริ่ม, หลุมสิวตื้น

ริ้วรอยร่องลึก, ผิวหย่อนคล้อย, หน้าสูญเสีย Volume, หลุมสิวแบบแอ่ง/ยุบตัว

ผลลัพธ์

ผิวอิ่มฟู, กระจ่างใส, แข็งแรง, เรียบเนียนขึ้น

ผิวยกกระชับ, ริ้วรอยร่องลึกลดลง, Volume ผิวกลับมา, หลุมสิวตื้นขึ้น

ระยะเวลาพักฟื้น

ตัวยาเข้มข้น อาจเห็นตุ่มนูนรอยเข็มประมาณ 1-2 วัน

แทบไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยเข็มเล็กน้อย

ความทนทาน

ค่อยๆ เห็นผล (ต้องใช้เวลาซ่อมแซมเซลล์) ผลลัพธ์คงอยู่ได้หลายเดือน

เห็นผลช้ากว่า (รอร่างกายสร้างคอลลาเจน 4-8 สัปดาห์) ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี


เคล็ดลับจาก Adora Clinic: “การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy)” คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุด

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มมีคำตอบในใจว่าปัญหาผิวของคุณเหมาะกับตัวไหน แต่อยากให้รู้ไว้ว่า “ปัญหาผิวของคนไข้ส่วนใหญ่มักมีความซับซ้อนและไม่ได้มีแค่ปัญหาเดียว” โดยเฉพาะปัญหาหลุมสิวที่คนไข้มักจะมีหลุมสิวหลายประเภทผสมกัน และมีพังผืด (Tethered Scars) รั้งอยู่ใต้หลุมสิว

ดังนั้น การเลือกตัวใดตัวหนึ่งอาจได้ผลลัพธ์ไม่สมบูรณ์ที่สุด

เคล็ดลับการรักษาที่ทางแพทย์ Adora Clinic แนะนำและใช้มาโดยตลอดคือ “การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy)” โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์สภาพผิวและโครงสร้างผิวหน้าของคุณอย่างละเอียด เพื่อเลือก “อาวุธ” ที่เหมาะสมและตรงจุดที่สุดในการแก้ปัญหาแต่ละประเภทค่ะ ตัวอย่างเช่น:

  1. ตัดพังผืด (Subcision): เพื่อคลายพังผืดที่รั้งหลุมสิวออก

  2. ฉีด PLLA (Sculptra): เข้าไปในช่องว่างที่ถูกตัด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ป้องกันการเกาะกลับของพังผืด และช่วยเติมเต็ม Volume ของหลุมสิวแบบแอ่งให้เต็มอิ่ม

  3. ฉีด PN (Rejuran S): หรือทำหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวชั้นบน เพื่อซ่อมแซมระดับเซลล์ผิว บำรุงผิวให้เรียบเนียน และเก็บรายละเอียดหลุมสิวตื้นๆ ให้สมบูรณ์แบบ

สรุปคำแนะนำจาก Adora Clinic:

  • ถ้าปัญหาหลักของคุณคือ “หลุมสิวแอ่งยุบตัวชัดเจน”: -> แพทย์จะพิจารณาใช้ PLLA เป็นหลักในโปรแกรมผสมผสาน

  • ถ้าปัญหาหลักของคุณคือ “ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง หลุมสิวตื้น”: -> แพทย์จะพิจารณาใช้ PN/PDRN เป็นหลักในโปรแกรมผสมผสาน

ภาพจำลอง 3 มิติแสดงขั้นตอนการฉีดสาร PDRN/PN เพื่อเติมเต็มหลุมสิวและฟื้นฟูโครงสร้างผิวหนังชั้นลึก

ปรึกษาทีมแพทย์ Adora Clinic เพื่อประเมินผิวและออกแบบการรักษาที่ตรงจุดเพื่อคุณ


เพราะผิวของแต่ละคนมีความเฉพาะตัว การเลือกหัตถการที่ถูกต้องจึงสำคัญมากค่ะ ที่ Adora Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์สภาพผิว และออกแบบโปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ที่เหมาะสมกับปัญหาและผลลัพธ์ที่คุณต้องการ เพื่อให้คุณได้ผิวที่สวย สุขภาพดี และยั่งยืนในแบบของคุณค่ะ

นัดหมายปรึกษาทีมแพทย์ Adora Clinic ได้แล้ววันนี้

LINE OA: @adora_Clinic

Comments


bottom of page